top of page

    กรรมหมู่


    Photo by Jacek Dylag on Unsplash


    พระเจ้ามักบอกเราเสมอว่า เราเหล่ามนุษย์นั้นเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นหนึ่งเดียวจะสร้างความสมานสามัคคีและความสงบสุขภายในสังคม แต่การใช้ชีวิตในสังคมและในโลกปัจจุบัน ดูเหมือนว่าจะหลีกเลี่ยงการแข่งขัน การรบราฆ่าฟัน หรือการแย่งชิงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนาไม่ได้ โดยการกระทำนั้นมักจะถูกกล่าวอ้างว่าทำเพื่อส่วนร่วมหรือเพื่อหมู่ของเหล่ามนุษย์ ซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ทำนั้นมักถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องในโลกมนุษย์ตามเส้นแบ่งที่ขีดเขียนและกำหนดไว้ ผลของกระทำจึงถูกยอมรับล่วงหน้าว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามสิทธิและบทบาท ถึงแม้ว่าการกระทำบางอย่างนั้นหากพิจารณาอย่างจริงจังแล้วอาจจะผิดหลักการของมนุษยธรรม ที่ต่างมุ่งหวังให้มนุษย์เกิดความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แล้วใครกันเล่าที่จะหยุดการกระทำเหล่านั้นได้


    โชคชะตาฟ้าลิขิตหรือสิ่งใดที่ทำให้เราเหล่ามนุษย์นั้นต้องเผชิญชะตากรรม เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า การเกิดมาของเราเหล่ามนุษย์นั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกันไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

    เชื้อชาติ ศาสนา หรือสังคมที่เราอยู่เป็นเส้นขีดแบ่งให้เกิดหมู่หรือกลุ่มของเหล่ามนุษย์

    ซึ่งนั่นก็คือการสร้างอีโก้ให้กับเราเหล่ามนุษย์ เพื่อแสดงความแปลกแยกออกจากกลุ่มอื่น ๆ หรือเพื่อสร้างความภาคภูมิใจในหมู่หรือกลุ่มของเราเอง โดยกล่าวอ้างความสำเร็จที่เกิดขึ้นว่าเป็นความสำเร็จของส่วนรวม แต่เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างมากระทบใจเรา เราเหล่ามนุษย์กลับไม่ยอมรับว่านั่นคือ "กรรมหมู่" ของเราแล้วมักจะโยนสิ่งเหล่านั้นออกไปจากตัวเอง เราจึงมักจะเรียกร้องและแสวงหาผู้นำที่เก่งฉกาจ ซึ่งจะเข้าไปแก้ไขความทุกข์ของเราเหล่ามนุษย์ในมวลหมู่พวกผ้องของเราเอง แต่คุณแน่ใจแล้วหรือว่า "คนเพียงหนึ่งคนจะสามารถขจัดปัดเป่าความทุกข์ของกลุ่มมนุษย์ที่มีเป็นล้าน ๆ คนได้"

    กรรมหมู่ คือ การกระทำที่เกิดจากมนุษย์ซึ่งมีผลกระทบต่อมวลมนุษย์โดยรวมโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นกรรมของใคร

    ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศอินเดียมักมีข่าวอยู่เรื่อย ๆ ว่าเกิดการข่มขืนกระทำชำเราต่อหญิงสาวในหมู่บ้าน ผู้นำของหมู่บ้านจึงได้ออกกฎว่าทุก ๆ บ้านนั้นจะต้องล็อคประตูบ้านให้แน่นหนา และห้ามสตรีเพศออกจากบ้านในเวลากลางคืนโดยไม่มีผู้ที่เดินทางไปด้วย ผู้คนในหมู่บ้านซึ่งมีลูกสาวต่างซื้อหาอุปกรณ์ที่เป็นตัวล็อคเพื่อนำมาป้องกันการบุกรุกจากบุคคลภายนอก บางบ้านก็บ่นว่าไม่มีเงินที่จะนำไปซื้อหาอุปกรณ์ ซึ่งบ้านของพวกเขาเหล่านั้นจึงไม่มีการป้องกันใด ๆ ส่วนบางบ้านที่มีเงินก็สามารถหาซื้อได้ไม่ลำบากนัก ผู้นำหมู่บ้านเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราการเข้าออกของคนในหมู่บ้าน โดยจัดเวรยามตระเวนตลอดคืน ผู้นำหมู่บ้านได้กล่าวกับลูกบ้านถึงวิธีการและมาตรการต่างๆด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องและภาคภูมิใจในวิธีการของเขาที่น่าจะจัดการปัญหาต่าง ๆ ให้หมดไปได้

    อยู่มาวันหนึ่งคู่สามีภรรยาได้พาลูกสาวมาเรียกร้องความยุติธรรมกับผู้นำหมู่บ้าน หญิงสาวอยู่ในสภาพที่อิดโรยเสมือนหนึ่งพึ่งถูกซาตานขย้ำและขยี้ร่างกายจนบอบช้ำ สามีภรรยาคู่นั้นขอร้องให้ผู้นำในหมู่บ้านช่วยจัดการนำคนร้ายที่ย่ำยีลูกสาวของพวกเขา ผู้นำในหมู่บ้านจึงกล่าวว่า เหตุอันใดลูกสาวของท่านจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเยี่ยงนั้น"คู่สามีภรรยาจึงกล่าวว่า มีคนร้ายจำนวนหนึ่งบุกเข้าบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุและรวมกันกระทำชำเราลูกสาวของพวกเขาในขณะที่พวกเขาไม่อยู่บ้าน ผู้นำจึงกล่าวว่า "คุณได้ล็อคประตูบ้านหรือไม่ ?" ผู้เป็นสามีกล่าวว่า "ได้ล็อคแล้วแต่ก็ไม่อาจป้องกันได้" ผู้นำในหมู่บ้านจึงบอกว่ากฎที่เราตั้งไว้นั้นได้บอกไว้ชัดเจนแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความโชคร้ายของหญิงสาว ซึ่งไม่อาจจะแก้ไขได้


    นิทานสั้นที่หยิบยกมานี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราระลึกได้ว่า สังคมนั้นโหดร้ายมากเพียงใด ถึงแม้ว่าการมีผู้นำที่ฉลาดหลักแหลม กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีก็ไม่อาจจะจัดการได้ และสมควรแล้วหรือที่หญิงสาวผู้นั้น จะต้องยอมรับการกระทำของผู้อื่นด้วยการยอมรับว่านี่คือความโชคร้ายในชีวิตของเธอ ซึ่งมันอาจจะสร้างภาพหลอนในจิตใจของเธอในเวลาต่อไป และท้ายที่สุดสังคมนั้นก็ไม่อาจอยู่อย่างสันติสุขได้ เมื่อ

    ความทุกข์ส่วนตัวถูกถ่ายทอดเป็นความทุกข์ของส่วนรวม แล้วความทุกข์นั้นย้อนกลับไปกระทบต่อมวลมนุษย์โดยรวม

    และเมื่อสังคมเกิดความทุกข์ เราเหล่ามนุษย์ก็คงจะทุกข์สาหัสได้ไม่น้อยเพราะเราเองยังดำรงชีวิตอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคม แล้วสิ่งใดกันเล่าที่จะทำให้เราเหล่ามนุษย์อยู่ร่วมกันได้โดยไม่ทำร้ายกันเอง ไม่ว่าจะใช้ความพยายามใดในการควบคุมมนุษย์ที่ใช้ชีวิตอย่างขาดสติโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ก็มิอาจจะหยุดยั้งการกระทำของเขาเหล่านั้นได้ การเรียนรู้ความทุกข์ของส่วนรวมจึงอาจทำได้ด้วยการเยียวยาความเห็นอกเห็นใจของเราเหล่ามนุษย์ด้วยกันเอง เมื่อมีความเห็นอกเห็นใจก็จะเข้าใจความทุกข์ของผู้อื่น ซึ่งจะเกิดการกระทำเพื่อช่วยให้ผู้อื่นนั้นมีความทุกข์น้อยลง


    เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในการใช้ชีวิตของเราในครอบครัว เรามักจะซึมซับหรือรับรู้ได้ซึ่งความทุกข์ของผู้อื่นในครอบครัว ความทุกข์ของ พ่อ แม่ พี่ และน้อง ความทุกข์ของเขาก็คือความทุกข์หมู่ของเรา ความเห็นอกเห็นใจต่อคนในครอบครัวที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ จึงต้องการการกระทำที่คนในครอบครัวต่างเข้าใจ ยอมรับ และร่วมกันแก้ไขเพื่อให้ผ่านความทุกข์นั้นไปได้

    ความทุกข์ส่วนรวมนั้นจะกระทบใจเราได้เสมอ

    เมื่อมีกรรมหมู่ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ เราเหล่ามนุษย์นั้นก็ต้องจัดการกรรมของเราเอง


    ชายหนุ่มสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ทั้งสองคนชอบเที่ยวโสเภณีที่ท้ายหมู่บ้าน ในทุก ๆ คืนวันศุกร์พวกเขาก็จะไปเที่ยวผ่อนคลายตามประสาชายโสด และต่างรู้สึกถึงการมีความสุขที่มีหญิงสาวมาเอาใจใส่

    อยู่มาวันหนึ่งชายหนุ่มได้กล่าวกับเพื่อนรักว่า เขาเริ่มรู้สึกโตขึ้น และเริ่มที่อยากจะใช้ชีวิตไปในทางที่ดี เพื่อที่จะมีครอบครัวจริง ๆ เสียที เขาได้บอกกับเพื่อนรักว่า "ต้องขอโทษด้วยวันศุกร์คงจะไปเที่ยวโสเภณีอย่างที่เคยอีกไม่ได้ เพราะตั้งใจว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น" เพื่อนรักของเขาจึงตอบกลับว่า "ไม่เป็นไรเพื่อน เราเข้าใจ" ชายหนุ่มที่ปฏิเสธการไปเที่ยวโสเภณี ได้หยิบเอาหนังสือที่เป็นคำสั่งสอนของทางศาสนามาอ่านเพื่อขัดเกลาจิตใจของตนเอง เพื่อให้ลืมความอยากที่เขาเคยปฏิบัติในทุก ๆ วันศุกร์ เขาพยายามรวบรวมสติอารมณ์และจดจ่อกับการอ่านหนังสือ ในระหว่างนั้นเขาก็ใจลอยนึกถึงเพื่อนรักของเขาและจินตนาการไปว่า เพื่อนรักของเขาคงกำลังมีความสุข มีสาว ๆ ห้อมล้อมเอาอกเอาใจ เขาพยายามอ่านหนังสือต่อไป แต่จิตใจของเขากลับไม่พบกับความสงบแต่เกิดความอิจฉาเพื่อนรักของเขา ในขณะที่เพื่อนรักของเขากำลังสนุกสนานกับการเอาอกเอาใจของหญิงสาว และนึกถึงเพื่อนที่ไม่ได้มาด้วยกัน แต่ก็รู้สึกชื่นชมเพื่อนรักที่สามารถเอาชีวิตออกจากวังวนชีวิตในรูปแบบเดิม ๆ ได้


    เรื่องสั้นนี้อาจทำให้คุณสงสัยว่า ใครเป็นคนที่ทำถูกหรือทำผิด และใครเป็นคนที่ทำดีหรือทำไม่ดี แต่คำตอบที่คุณต้องการนั้น ขึ้นอยู่กับการรับรู้และความเชื่อของคุณ หากไม่เพ่งพิจารณาตัดสินการกระทำ ใด ๆ โดยเอากฎเกณฑ์ในสังคมมาตัดสิน คุณจะตระหนักรู้ว่า

    การกระทำบางอย่างซึ่งนำมาซึ่งความทุกข์ในจิตใจเรา ไม่อาจจะตัดสินได้จากความดีหรือความไม่ดี

    เฉกเช่นเดียวกับชายหนุ่มที่พยายามปรับปรุงตัวเอง แต่สิ่งที่เขาทำนั้นยังรบกวนจิตใจและก่อให้เกิดความทุกข์ในตัวเอง ดังนั้นการกระทำกรรมบางอย่างก็เป็นเพียงการปลดปล่อยซึ่งความทุกข์ภายในใจ และสิ่งนั้นไม่ควรถูกตีความหมายใด ๆ ว่าเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี หากกรรมนั้นไม่ได้เป็นกรรมหมู่ที่จะส่งผลกระทบต่อส่วนรวมแต่อย่างใด

    Inspire Soul



    Copyright @2022 by www.inspiresoulthailand.com ห้ามเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต





    Comments


    bottom of page