top of page

    ความรักและความสัมพันธ์

    Updated: Jul 9, 2022



    ความรักกับความสัมพันธ์เป็นสองสิ่งที่มักจะมาด้วยกัน แต่ความรักเป็นสิ่งที่อาจจะมีได้โดยไม่ต้องมีความสัมพันธ์ใดๆ ในขณะที่ความสัมพันธ์นั้นต้องมีการบริหารจัดการ ความสัมพันธ์ในที่นี้อาจมีหลายรูปแบบ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก และความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง


    ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง มักเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องจัดการ เพื่อให้ความรักนั้นคงอยู่ ดังนั้นหากจัดการได้ไม่ดี ก็อาจจะนำมาซึ่งการสิ้นสุดของความรักและความสัมพันธ์ได้


    หากคุณมีความรัก นั่งอยู่เฉยๆ คุณก็สามารถรักใครสักคนได้

    แต่ถ้าคุณต้องการให้อีกคนมารัก นั่นจะเริ่มเกิดปัญหาในเรื่องของความคาดหวังทันที ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า

    เมื่อมีความรักทุกคนก็ต้องคาดหวังที่จะได้รักตอบ

    แต่อาจจะมีบางคนที่บอกว่า คุณสามารถรักคนอื่นได้โดยไม่คาดหวัง ซึ่งมันอาจจะเป็นจริงและไม่เป็นจริงสำหรับบางคน ดังนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจกับคำว่า "รักที่ไม่คาดหวัง" ให้ถ่องแท้ ว่าคุณจะตีความหมายมันว่าอย่างไร ซึ่งไม่มีพจนานุกรมใดๆ หรือการตีความใดๆ ที่สามารถแนะนำขั้นตอนให้คุณปฏิบัติตามและนำไปสู่ความเข้าใจของคำว่าไม่คาดหวังได้สำเร็จ ไม่ว่าจะมีโค้ชความสัมพันธ์ที่ต่างนำเสนอวิธีแก้ปัญหาในความรักความสัมพันธ์ แต่สูตรหรือวิธีการที่โค้ชเหล่านั้นแนะนำ อาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับคุณก็ได้ ดังนั้น

    คุณควรที่จะรู้จักตัวตนของตนเอง

    ในโลกปัจจุบันที่แต่ละคนล้วนมีตัวตน เราก็มักจะตั้งเงื่อนไขโดยการกำหนดจากตัวตนของเรา ตัวตนในที่นี่ก็คืออีโก้ (ego) ซึ่งเกิดจากการสะสมทางความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลในอดีต และบ่มเพาะเราให้เป็นคนในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดความสัมพันธ์

    และยิ่งไปกว่านั้นตัวตนที่สะสมความผิดหวังในอดีต มักจะถูกนำมากำหนดความคาดหวังในความสัมพันธ์ครั้งใหม่เสมอ


    ความรักและความสัมพันธ์ที่พบได้ทั่วไปในทุกวันนี้ อาจมาจากการยึดติดตัวตนทางกายภาพ เช่น การศึกษา ฐานะ หน้าตา และ รูปร่าง เราจะเห็นว่าหลายๆ คู่ มักจะเริ่มประเมินฝ่ายตรงข้ามจากคุณสมบัติทางกายภาพ ก่อนที่จะเริ่มความสัมพันธ์ คุณสมบัติทางกายภาพอาจทำให้อีกฝ่ายลุ่มหลง หรือสร้างความพึงพอใจ (Self-satisfaction)ในอีโก้ที่คุณมี หรือเพื่อกลบเกลื่อนปมบางอย่างทางกายภาพของคุณเอง


    ในบางคู่ตัวตนทางกายภาพอาจไม่ถูกนำมาพิจารณาในการสร้างความสัมพันธ์ก็ได้ หากคุณรู้สึกว่าเขาหรือเธอสามารถเติมเต็มทางด้านจิตใจได้ ซึ่งบางครั้งคุณก็จะต้องระวังว่าคุณกำลังพยายามหาอะไรที่มาเติมเต็มความรู้สึกจากสิ่งที่คุณขาดหรือไม่ เช่น คุณอาจจะไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากครอบครัว เมื่อมีคนอื่นมาทำดีกับคุณ คุณก็จะรู้สึกดีและให้ความสำคัญต่อเขา นี่ก็เป็นอีกรูปแบบที่สร้างความพึงพอใจของอีโก้ในตัวคุณ ดังนั้น

    เมื่อคุณจะเริ่มความสัมพันธ์กับใคร คุณจะต้องทำความเข้าใจจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของคุณให้ชัดเจน

    ขั้นตอนถัดไปก็คือการทดสอบเพื่อเรียนรู้จิตใจของฝ่ายตรงข้าม เช่น การเติมเต็มจิตใจของกันและกัน การเอาใจใส่ต่อกันและกัน ต่างฝ่ายต่างให้คะแนนฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจจะมีความเหลื่อมล้ำกันบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องยอมรับกันได้ บททดสอบต่างๆ จะถูกนำมาใช้สำหรับทั้งสองฝ่าย เพื่อดูว่าการบริหารจัดการของแต่ละฝ่ายนั้น สามารถทำให้อีกฝ่ายมีความพึงพอใจแค่ไหน และหากไม่สามารถผ่านด่านการทดสอบได้ ก็มักจะมีการเลิกราเกิดขึ้น


    การทดสอบในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ อาจเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่รู้จักตัวตนของตนเองดีพอ หรือคุณมีความสัมพันธ์ที่มีความเข้ากันได้ที่ผิดปกติ คุณก็จะไม่สามารถสังเกตความผิดปกตินั้นได้ง่ายๆ

    ความเข้ากันได้ที่ผิดปกติ เช่น คนหนึ่งเป็นคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจจากฝ่ายตรงข้ามเสมอๆ ในขณะที่อีกคนหนึ่งยินดีที่จะทำทุกอย่างเพราะตนเองรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง

    ปัญหาความสัมพันธ์บางอย่างอาจเกิดกับคนที่มีบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น คนที่เป็นโรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder) หรือ โรคบุคลิกภาพผิดปกติที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งต้องการการชมเชยจากผู้อื่น แต่ภายในจิตใจตนเองนั้นขาดความเห็นใจผู้อื่น มีแต่ความว่างเปล่า และขาดความมั่นคง ดังนั้นจึงกลบเกลื่อนบุคลิกภาพโดยการโอ้อวดตัวตน เพื่อแสดงความสามารถในด้านต่างๆ ให้คนอื่นๆ มองเห็นและชมเชย หรือปัญหาความสัมพันธ์กับคนที่ใช้กำลังโดยทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอย่างขาดสติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสิ่งยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์จะไม่เป็นปัญหาถ้ามันเป็นความเข้ากันได้ที่ผิดปกติ


    สิ่งที่อาจจะช่วยเตือนสติของคุณได้ว่าความสัมพันธ์ของคุณเป็นแบบไหน หรือเรียกตัวตนของคุณออกมาเพื่อแสดงความชัดเจนในความสัมพันธ์

    คุณต้องถามตัวเองอยู่เสมอๆ ว่าคุณเป็นคนที่เหมาะสมกับเขาที่สุดเพราะอะไร ?

    แทนการประเมินฝ่ายตรงข้ามว่า เขาดีกับคุณแค่ไหน ? และทำไมคุณต้องอยู่ในความสัมพันธ์นั้น ?

    ปัญหาต่างๆ ในความสัมพันธ์มักจะสังเกตได้ง่ายเมื่อขาดความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นความสมดุลทางกายภาพหรือทางจิตใจ ซึ่ง

    ความไม่สมดุลในความสัมพันธ์ จะสังเกตได้จากจิตใจของคุณที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

    แล้วรักที่ไม่คาดหวังนั้น จะต้องทำอย่างไร เราจะต้องไม่สนใจอีกฝ่าย เมื่อเขาทำร้ายจิตใจเรา หรือเราจะต้องให้อภัยเขาอยู่เสมอๆ เพื่อให้เขาปรับปรุงตัวใหม่ ความคิดเหล่านี้เป็นความคิดที่คุณกำลังให้อีกคนเป็นตัวแปรหลักในความสัมพันธ์ของคุณ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือ

    การเรียนรู้ความคาดหวังจากความรู้สึกผิดหวังภายในใจคุณ

    หากคุณรู้สึกผิดหวัง นั่นอาจแสดงว่าคุณเกิดความรู้สึกคาดหวัง แต่จงเตือนสติตนเองไว้ว่าเมื่อคุณเริ่มผิดหวังในความรักคุณยังมีทางเลือกที่คุณจะทำต่อไปได้

    คุณจะเลือกสะสมความผิดหวังแล้วเดินหน้าต่อไป หรือ
    คุณจะเลือกความผิดหวังนั้นให้เป็นบทเรียนที่ทำให้คุณฉลาดขึ้นแล้วเดินออกไปจากความสัมพันธ์

    ความผิดหวังต่างๆ อาจเกิดจากการตั้งความคาดหวัง การตั้งความคาดหวังมักเกิดจากการกำหนดมาตรฐานของการเป็นคนรักของคุณ เช่น คุณต้องการคนรักที่เข้าใจคุณและสามารถสื่อสารกับคุณได้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่อีกฝ่ายทำงานได้ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน คุณก็เริ่มรู้สึกผิดหวัง แล้วอาจจะยังให้โอกาสกับฝ่ายตรงข้ามในการปรับปรุงตัว แต่ตัวคุณเองอาจจะค่อยๆ ลดความคาดหวังลง จนในที่สุดอาจไม่คาดหวังอะไรเลย อย่างไรก็ตามคุณต้องหมั่นสำรวจความรู้สึกของคุณว่า คุณยังมีความสุขกับสิ่งที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่คุณตั้งไว้หรือไม่

    การตั้งความคาดหวังนั้นไม่ผิด แต่ควรจะมีไว้เพื่อประเมินจิตใจตนเองเป็นระยะๆ ว่าคุณยังต้องการเดินหน้าต่อไป หรือคุณต้องการเดินออกมา เพื่อค้นหาสิ่งที่ทำให้คุณพึงพอใจได้มากกว่า

    ในการมีความสัมพันธ์นั้น เราต้องยอมรับว่ามักจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ที่อาจจะขาดสติ หรือสลับกันเป็นในบางช่วง ดังนั้นคุณสองคนก็ต้องทำงานเป็นทีม ที่จะสร้างความสมดุลในจิตใจของกันและกัน และหากเกิดเหตุการณ์ที่คุณรู้สึกว่าผิดหวังจนไม่สามารถไปต่อได้ ก็จงยอมรับความผิดหวังนั้น แต่อย่าคร่ำครวญว่า "ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมเขาถึงทิ้งฉันไป" นั่นเป็นประโยคที่คุณกำลังสะสมบาดแผลในจิตใจ เพราะ

    เรามักจะต่อต้านความผิดหวัง เพียงเพราะว่าเรากำลังค้นหาคุณค่าของตัวเอง

    แต่

    ให้ยอมรับว่าเขาไม่เห็นคุณค่าในตัวคุณ แต่คุณนั้นยังเป็นคนที่มีค่า และไม่จำเป็นที่จะต้องถูกประเมินจากใครๆ

    ดังนั้นคุณต้องรักตัวเองให้มากพอ และบริหารจิตใจภายในให้อยู่ได้โดยสมดุล


    การมีความสัมพันธ์ จึงดูไม่ง่ายนักเพราะคุณต้องบริหารจัดการมันตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณต้องจัดการความรู้สึก อารมณ์ และจิตใจ ที่อาจจะถูกกระทบจากการกระทำของคนรักของคุณ

    และ

    เมื่อถึงเวลาที่จะต้องจากกัน คุณก็ควรพร้อมที่จะยอมรับ และเปิดใจเพื่อเรียนรู้เรื่องราวนั้นใหม่ในเวลาถัดไป

    InspireSoul


    inspiresoulth@gmail.com


    Copyright @2022 by inspiresoulthailand.com ห้ามสำเนา หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต




    Comments


    bottom of page