top of page

    ฉันเป็นใคร ?



    เมื่อพระเจ้าส่งคุณมาเกิด คุณอาจจะตั้งคำถามว่า "ฉันเกิดมาทำไม ?" "ฉันต้องทำอะไร ?" และก็คงมีหลายคนที่บอกว่าคุณไม่อยากเกิดอีกแล้ว เพราะชีวิตนี้มีแต่ความทุกข์ ทุกข์ต้องทำมาหากิน ทุกข์ต้องเรียนหนังสือ ทุกข์ต้องมีเงิน แล้วถ้าจะถามต่อไปว่า อะไรคือความสุขในการเป็นมนุษย์ของคุณ ? บางคนอาจจะบอกว่า การได้อยู่กับครอบครัว มีคนรัก ได้อยู่กับคนที่คุณรัก ได้ทานอาหารดีๆ มีงานดีๆ มีสิ่งของเครื่องใช้ที่อยากได้ คุณจะเห็นว่าไม่ว่าจะตั้งคำถามอย่างไร คำตอบที่ได้มาจากการคิดบวกและคิดลบเสมอ สิ่งเหล่านั้นมาจากความคิดในสมอง ที่คุณประมวลผล จากประสบการณ์ของคุณในอดีต และจากความคาดหวังของคุณในอนาคต แน่ละชีวิตต้องมีทั้งสุขและทุกข์ และตัวคุณเองเท่านั้นที่จะสัมผัสได้

    ถ้าคุณสามารถค้นหาตัวคุณเจอ คุณจะสามารถ "เลือก" ที่จะสร้างความสุขหรือจะสร้างความทุกข์ได้เสมอ

    พระเจ้าเมตตาต่อมนุษย์ในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง และพระเจ้าไม่เคยลงโทษ หรือสร้างภาพหวาดกลัวเพื่อขู่ให้มนุษย์รู้สึกผิด พระเจ้าจะสอนคุณว่า กรรมมันมาจากการกระทำของคุณล้วนๆ ไม่ว่าชาติไหนๆ คุณก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรรมของคุณได้ บทเรียนใหม่ๆ จะถูกส่งให้คุณเพื่อทดสอบการก้าวข้ามผ่านความทุกข์ หากคุณไม่สามารถผ่านบทเรียนนั้นได้ คุณก็อาจจะต้องเรียนซ้ำๆ เรื่องเดิมๆ อยู่เสมอ กรรมที่คุณทำในชาตินี้ ก็คือของชาตินี้ บทเรียนที่คุณจะได้รับในชาติหน้า ก็คือกรรมของชาติหน้า คุณแค่ต้องทำหน้าที่ที่จะเรียนรู้เพื่อหลุดออกจากกรรมที่คุณประสบ พระเจ้าจะให้โอกาสคุณทำในทุกๆ บทเรียนที่คุณต้องเรียนรู้ พระเจ้าเพียงแค่เฝ้ามองกรรมที่คุณทำ ทั้งกรรมที่มีสติ และไม่มีสติ ถ้าคุณผ่านบททดสอบทั้งหมดได้ คุณก็จะพ้นทุกข์ เมื่อคุณพ้นทุกข์ พระเจ้าเพียงแค่หวังว่า คุณจะเห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เพื่อให้พ้นทุกข์ได้อย่างตัวคุณ

    ชีวิตมีทั้งโชคชะตาฟ้าลิขิต และ กรรมลิขิตจากตัวคุณ

    คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมเหตุการณ์หลายๆ อย่างในชีวิต จึงเกิดขึ้นกับคุณ นั่นคือสิ่งที่ถูกลิขิตจากพระเจ้า หน้าที่ของคุณที่จะต้องทำต่อไป คือการเลือกที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตัวคุณเอง เหตุการณ์ในชีวิตของมนุษย์ทุกคนจะมีสองทางเลือกเสมอ นั่นคือ สิ่งที่คุณไม่เลือก และสิ่งที่คุณเลือก ถ้าคุณมีความเข้าใจในตัวตน คุณก็สามารถที่จะยอมรับและต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ที่จะตามมาได้เสมอ แล้วคุณก็จะสอบผ่านการเรียนรู้ในบทเรียนนั้นๆ ได้ไม่ยาก มาลองพิจารณาเรื่องความเข้าใจในตัวตน หรือ "ฉันเป็นใคร" เกิดมาทำไมในโลกนี้ คุณอาจจะมองย้อนไปในชีวิตปัจจุบัน คุณก็จะเห็น

    ภาพของชีวิตในโลกมนุษย์ที่คุณคุ้นเคย คือ เกิด เรียน ทำงาน มีครอบครัว มีสังคม ป่วย และตาย

    และหากมองความต้องการพื้นฐานของตนเองในวงจรนั้น คุณก็จะมองเห็นวัตถุต่างๆ และความคาดหวังของคุณในอนาคต สิ่งที่คุณต้องการล้วนเป็นวัตถุ และ เป็นการสะสมอีโก้ในตัวคุณ ไม่ใช่ว่าคุณไม่ควรมีสิ่งเหล่านี้ คุณสามารถมีทุกอย่างที่คุณต้องการได้ แต่คุณต้องเป็นผู้ควบคุมสิ่งต่างๆ เหล่านั้น หากคุณยังใช้ชีวิตหลงอยู่กับโลกวัตถุนิยม โดยปล่อยให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นควบคุมคุณ ในวันหนึ่ง คุณจะตระหนักถึงความจริงที่ว่า เมื่อคุณต้องการวัตถุหรืออีโก้เหล่านั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ความทุกข์ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

    เมื่อได้แล้ว มนุษย์มักมีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ

    เช่น มีบ้านมากกว่า 1 หลัง มีรถยนต์มากกว่า 1 คัน มีธุรกิจหลายๆ ธุรกิจ มีตำแหน่งหรือยศที่สูงกว่าคนอื่นๆ สิ่งที่คุณต้องการเหล่านี้ มันคือความเชื่อในโลกวัตถุนิยม ว่ามันคือความสำเร็จ และการเป็นสุดยอดของการเป็นมนุษย์ คุณอาจจะมีความเชื่อว่า

    ยิ่งสามารถครอบครองได้มากเท่าไหร่ ยิ่งแสดงถึงความสำเร็จ และแสดงความเป็นสุดยอด

    แต่ในความเป็นจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องมีสิ่งเหล่านี้คุณก็มีความสำเร็จ และมีความสุดยอดในการเป็นมนุษย์ได้ ความเชื่อของคุณจึงเป็นความเชื่อที่สร้างความทุกข์ สรัางความกดดันให้กับตัวเอง ก่อนที่จะพบสิ่งที่คุณเรียกว่าความสำเร็จ และความเป็นสุดยอด ซึ่งคุณก็อาจหลงคิดต่อไปว่า สิ่งเหล่านี้จะนำพาซึ่งความสุข

    คุณอาจจะคิดว่าการที่ได้ครอบครองสิ่งของจำนวนมากจะทำให้คุณมีความสุข
    คุณอาจจะคิดว่าถ้าได้แต่งงานคุณจะมีความสุข
    คุณอาจจะคิดว่าถ้าคุณมีบ้านคุณจะมีความสุข
    คุณอาจจะคิดว่าถ้ามีคนนับหน้าถือตาคุณมากๆ คุณจะมีความสุข

    สิ่งที่คุณคิดนั้น คุณกำลังให้ความสุขของคุณขึ้นกับสิ่งภายนอกซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมมันได้ คุณอาจจะผิดหวังและไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือเมื่อคุณมีแล้วความรู้สึกอยากมีมากขึ้นก็ไม่เคยหายไป และหลายๆ ครั้งการใช้ความพยายามเพื่อให้มีในสิ่งเหล่านั้น ก็นำมาซึ่งความทุกข์ภายในจิตใจ แต่คุณก็อาจจะภูมิใจลึกๆ กับอีโก้ของตัวเองที่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ สิ่งเหล่านี้คือการหาความพึงพอใจเข้าสู่ตัวเอง และอาจเป็นการสร้างความทุกข์สำหรับบางคนเมื่อรู้สึกกดดันในการใช้ชีวิต แต่ยังไม่ใช่คำตอบของการเป็นมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณ

    สิ่งที่คุณต้องการจากภายนอก คุณอาจจะได้ หรือ คุณอาจจะไม่ได้ และคุณอาจจะมีความสุข หรือ ไม่มีความสุขกับมัน แต่มันก็ยังไม่สามารถทำให้ภายในจิตใจของคุณมีความสุขที่แท้จริงใช่หรือไม่ ?

    สิ่งที่คุณเป็นในวันนี้ คือสิ่งที่สะสมมาตั้งแต่เกิด จากการสะสมสิ่งต่างๆ ตามโลกวัตถุนิยม การได้ยิน การได้ฟัง การประโคมข่าวออกสื่อ การศึกษา และสังคม สิ่งเหล่านี้คือ การสร้างภาพมายาให้มนุษย์หลงไหลไปกับวัตถุภายนอก และตีความหมายของความสำเร็จ และความสุขจากสิ่งภายนอก แต่คุณก็ต้องยอมรับว่าภายในจิตใจของคุณก็ยังไม่มีความสุข

    สิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณค้นหา คือ จิตวิญญาณและหน้าที่ที่คุณรู้สึกได้ว่าชาตินี้คุณต้องทำ โดยไม่มุ่งหวังสิ่งใดๆ กลับมาตอบแทน

    เพื่อคุณจะได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงภายในจิตใจ คุณอาจจะมีความสามารถในการสรรหาวัตถุต่างๆ ในโลกมนุษย์ แต่คุณต้องไม่หลงไหลไปกับมัน สิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณถามตัวเองก็คือ "ฉันเป็นใคร" เพื่อค้นหาตัวตนของคุณในระดับจิตวิญญาณ

    การสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณว่าคุณคือใคร จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ ขณะ และสามารถสร้างสิ่งต่างๆ ให้กับโลกและเพื่อนมนุษย์

    อาจจะขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดาราบางคนอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในการแบ่งเบาความทุกข์กับผู้ป่วยในโรงพยาบาล ด็อกเตอร์บางคนอุทิศตนทำงานในพื้นที่ห่างไกลเพื่อการผลิตยา เขาเหล่านั้นไม่เคยเหน็ดเหนื่อยในการทำงาน "ฉันเป็นใคร" เป็นคำถามที่คุณต้องถามตัวคุณเองเท่านั้น เมื่อคุณพบคำตอบนั้นแล้ว คุณก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีความเกรงกลัวใดๆ คุณจะตั้งใจทำสิ่งนั้นโดยไม่หวังผลตอบแทน และยิ่งไปกว่านั้นคุณจะไม่ยอมใช้เวลาไปกับเรื่องที่ไม่สำคัญ เพราะคุณจะตระหนักได้ว่า เวลาบนโลกมนุษย์นั้นสั้นนัก

    อย่าเสียเวลากับความทุกข์ที่คุณสรรหาเพื่อสร้างคุณค่าตามความเชื่อในโลกวัตถุนิยม
    จงค้นหาตัวตนเพื่อคุณจะได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

    เมื่อคุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทุกๆ แง่มุมของชีวิตที่คุณควรเรียนรู้ได้ถูกสำรวจแล้ว นั่นหมายความว่าคุณได้ทำหน้าที่ของการเกิดมาเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์


    InspireSoul


    inspiresoulth@gmail.com


    Copyright @2022 by inspiresoulthailand.com สงวนลิขสิทธิ์ห้ามสำเนาหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต





    Comments


    bottom of page