ชีวิต
- Inspiresoul Thailand
- Aug 9, 2022
- 1 min read
ชีวิต สามารถมองเป็นวัฎจักรของการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ซึ่งเราเหล่ามนุษย์ต่างระลึกอยู่ในใจว่าเราทุกคนนั้นจะต้องพบเจอ การใช้ชีวิตดูจะเป็นสิ่งที่เราควรจะค้นหา แต่หลายๆ คนอาจจะไม่ได้ใส่ใจในระหว่างที่มีชีวิตอยู่ และอาจปล่อยให้เวลาชีวิตของตัวเองผ่านไปโดยให้สิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตกำหนดชีวิต แทนที่คุณจะเป็นผู้กำหนดชีวิตของคุณเอง จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายของชีวิตคุณอาจจะเพิ่งนึกได้ว่ายังมีสิ่งที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำอีกมากมายในชีวิต ดังนั้น
การค้นหาการใช้ชีวิตที่มีความหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและควรกระทำในขณะที่ยังมีชีวิต
หากคุณสามารถค้นพบความหมายของการมีชีวิต คุณจะรีบใช้เวลาในทุกๆ วินาทีที่คุณมีเพื่อกระทำสิ่งนั้น ทุกๆ วันของคุณจะเป็นวันที่มีความหมายและมีความสำคัญ และเมื่อวันสุดท้ายในชีวิตของคุณมาถึง คุณจะไม่เสียดายที่ได้เกิดมาเพราะทุกอย่างในชีวิตของคุณนั้นได้ถูกสำรวจและเรียนรู้แล้ว
เวลาชีวิตของแต่ละคนเริ่มจากการเกิดไปจนกระทั่งการตาย แต่ช่วงเวลาระหว่างนั้น คือช่วงเวลาที่คุณควรสร้างความหมายให้กับการมีชีวิตของตนเอง หากพิจารณาช่วงชีวิตของแต่ละคนแล้ว ก็จะเหมือนกับรูปภูเขาด้านล่าง

ชีวิตคนเราเหมือนเดินขึ้นภูเขา ในช่วงชีวิตที่เราเกิดและค่อยๆ เติบโตนั้นเราต่างสะสมความรู้ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต สิ่งที่เราเรียนรู้มาจากการศึกษา สังคม สิ่งรอบตัว เพื่อนฝูง คนที่เรารู้จัก สะสมในตัวเราในช่วงชีวิตวัยเด็ก จนค่อยๆ เติบโตเป็นวัยรุ่น และในวัยผู้ใหญ่ ในช่วงของการเรียนรู้เราจะเริ่มรู้สึกว่าเรารู้มากขึ้น และเราจะเริ่มสะสม และปฏิเสธบางสิ่งบางอย่างที่เข้ามา เพราะเราคิดว่าเรารู้มาก แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เรารู้นั้นมันเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยในชีวิต สิ่งที่เราไม่รู้นั้นมันเป็นส่วนที่มากกว่า
ในช่วงชีวิตขาขึ้นเราทุกคนต่างแบกถุงสะสมความรู้ ความเชื่อ และประสบการณ์ เสมือนลูกบอลลูนที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บอลลูนที่ว่านั้นก็เป็นแรงผลักดันให้กับเราในการใช้ชีวิตในมุมมองที่กว้างขึ้น หากคุณอยู่ในช่วงวัยที่ต้องปีนป่ายภูเขาชีวิต คำแนะนำที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตก็คือ
การเรียนรู้ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่าง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะสิ่งเหล่านั้นจะถูกนำออกมาใช้ในเวลาต่อมาอย่างแน่นอน และ
บางสิ่งบางอย่างที่คุณได้เรียนรู้นั้นจะเป็นส่วนที่ช่วยสร้างรูปร่างชีวิตของคุณให้ชัดเจนขึ้น
เมื่อคุณใช้ชีวิตมาถึงวัยกลางคน ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่าง 35 - 55 ปี บางคนอาจจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตในช่วงเวลานี้ บางคนอาจจะรู้สึกเร็วบ้างหรือช้าบ้าง เพราะแต่ละคนมีช่วงเวลาของการเติบโตที่ไม่เหมือนกัน ช่วงวัยกลางคนในช่วงวัย 45 - 50 ปี อาจเป็นช่วงที่มีจำนวนคนเป็นจำนวนมาก ที่รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของตัวเองอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่คุณรู้สึกคือ
ช่วงวัยกลางคนเป็นช่วงของการเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
และในขณะเดียวช่วงเวลานี้ก็อาจเป็นช่วงชีวิตที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่ สูญเสียคุณค่าในตัวเอง เริ่มรู้สึกวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง คุณอาจจะเริ่มสร้างความคิดลบในชีวิตก็เป็นได้ เพราะคุณเริ่มรู้สึกว่าอายุที่มากขึ้นนั้นคุณยังต้องการก้าวต่อไปข้างหน้า ในขณะที่สังขารของคุณเริ่มที่จะไม่เอื้อ กลุ่มคนวัยกลางคนที่สะสมหลายๆ อย่างในชีวิต และเริ่มอยากที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต จะเริ่มมองหาสิ่งที่มีความหมายในชีวิต คุณเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคุณเท่านั้น หลายๆ คนที่มาถึงจุดนี้เริ่มจะมองกลับไปที่สิ่งที่สะสมในช่วงชีวิตที่ผ่านมา คุณเริ่มที่จะเกิดคำถามในทิศทางการใช้ชีวิตของคุณ และเริ่มค้นหาเส้นทางชีวิตใหม่ โดยคุณอาจจะไม่สนใจสิ่งที่ทำผ่านมาในอดีต แต่คุณกำลังมองหาสิ่งที่คุณต้องการทำในชีวิตบั้นปลาย และสิ่งนั้นนำมาซึ่งความสุข ความเติมเต็มในการเป็นมนุษย์ และทำให้คุณเข้าใจคุณค่าในความเป็นมนุษย์มากขึ้น
เมื่อคุณแบกถุงสะสมความรู้ ความเชื่อ และประสบการณ์ของคุณมาจนถึงจุดวัยกลางคน คุณก็จะเริ่มฉุกคิดชีวิตที่คุณจะเดินต่อไปข้างหน้า เมื่อเดินทางมาถึงจุดนี้ จะมีคนอยู่สองจำพวกที่จะตระหนักถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา คือ พวกที่สามารถปล่อยวางได้ และพวกที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ กลุ่มคนในกลุ่มแรกนั้นจะมีการเติบโตและก้าวเข้าสู่การเป็นคุณตาหรือคุณยายที่น่ารัก โอบอ้อมอารีย์ และคอยช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยังปีนป่ายไต่ภูเขาให้เข้าใจกฎการเป็นมนุษย์
กฎของการเป็นมนุษย์คือไม่มีอะไรแน่นอนในชีวิต
เมื่อถึงจุดสูงสุดของชีวิต ก็ต้องมีจุดเปลี่ยนเพื่อปล่อยวาง ส่วนกลุ่มคนในกลุ่มหลังนั้นอาจจะกลายเป็นคุณตาหรือคุณยายที่มีนิสัยขี้หงุดหงิด ไม่พอใจในชีวิต และอาจทำให้คนรอบข้างไม่อยากอยู่ใกล้ หรือรู้สึกเป็นทุกข์ จิตใจที่ขุ่นมัวของคนกลุ่มนี้ ก็อาจจะนำพาซึ่งความเจ็บป่วยได้ง่าย และนี่กลายเป็นเครื่องมือที่ซ้ำเติมชีวิตให้รู้สึกแย่ลงไปอีก
การออกจากความทุกข์ในวัยกลางคน จึงเป็นสิ่งที่คุณควรกระทำทันทีที่คุณตระหนักรู้
เพราะหากคุณยังคงแบกความทุกข์จากความไม่พอใจในชีวิต ความผิดหวังต่างๆ ในชีวิตในช่วงการปีนป่ายภูเขา หรือคุณยังคงแบกความหวังต่างๆ จากการประสบความสำเร็จในช่วงการปีนป่าย และมุ่งหวังสิ่งที่ใหญ่โตในชีวิตในช่วงบั้นปลาย ก็อาจจะทำให้คุณกลิ้งลงภูเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว และนำไปสู่การสิ้นสุดของชีวิตเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
การสร้างสมดุลให้กับชีวิตและการปล่อยวางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในวัยกลางคน
การประสบความสำเร็จในช่วงอายุยังน้อยนั้น จึงอาจไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ใดๆ เพราะในช่วงของการปีนป่ายภูเขา ทุกๆ คนต้องเรียนรู้ชีวิต และแต่ละคนล้วนมีสิ่งที่สะสมในตัวเอง ผสมกับกำลังวังชาที่ธรรมชาติยังเอื้อให้คุณได้เติบโต และเมื่อคุณจะต้องไต่ลงเขา ก็เป็นเวลาที่คุณต้องเรียนรู้การปล่อยวาง ยอมรับกับธรรมชาติสังขารที่กำลังร่วงโรย หลายๆ อย่างที่คุณสะสมหรือแบกไว้นั้น ก็จะถูกปลดปล่อยออกไปจากตนเองบ้าง เพื่อทำให้รู้สึกเบา ซึ่งคุณจะค่อยๆ เกิดความสงบในจิตใจ และตระหนักถึงลมหายใจสุดท้ายที่กำลังจะใกล้เข้ามา
InspireSoul
inspiresoulth@gmail.com
Copyright @2022 by www.inspiresoulthailand.com สงวนลิขสิทธิ์ห้ามสำเนาหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
Comments