top of page

    รู้จักตัวตน

    Updated: Jul 25, 2022



    การรู้จักตัวตน คือการสำรวจในทุกอณูของคุณเพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับตนเอง ตัวตนของคุณไม่ใช่เพียงแค่บุคลิกภาพ แต่เป็นส่วนลึกที่เป็นองค์ประกอบซึ่งหลอมรวมให้คุณเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน คุณรู้จักตัวตนของคุณดีแค่ไหน ? ทำไมเราจะต้องรู้จักตัวตน ?


    ในการศึกษาทางด้านจิตวิทยานั้นการรู้จักตัวตน (Self-Realization หรือ Self-Actualization) คือการเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจในศักยภาพของตนเอง การพัฒนาในตนเอง และรู้จักแง่มุมของบุคคลที่มีต่อการใช้ชีวิต แต่ละคนนั้นล้วนมีพื้นหลังของชีวิตที่แตกต่างกัน เช่น การศึกษา สังคม ครอบครัว วัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สนับสนุนต่อการรู้จักตัวตน Abraham Maslow นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้กล่าวว่า การรู้จักตัวตนเกิดจากแรงผลักดันภายในของบุคคล ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ และมุมมองในการใช้ชีวิต ทำให้เขาเหล่านั้นพยายามดำรงชีวิตจนกระทั่งพบสิ่งที่ตนเองต้องการ


    ในโลกของจิตวิญญาณนั้น คุณเกิดมามีร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และพลังงาน ร่างกายของคุณเสมือนแพลตฟอร์มที่คุณใช้ในการดำรงชีวิต ด้วยการขับเคลื่อนโดยจิตวิญญาณของคุณ จิตวิญญาณแสดงถึงความเป็นตัวตนในการเป็นมนุษย์ในส่วนลึกที่ผสานเข้ากับร่างกาย และผลักดันให้คุณทำกรรม ไม่ว่าจะเป็นกรรมที่มีสติ หรือไม่มีสติ ส่วนอารมณ์คือความรู้สึกที่ทำให้คุณรับรู้ได้ และตอบสนองต่อจิตใจตนเอง และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับเพื่อนมนุษย์ จิตใจของคุณเป็นผลลัพธ์ปลายทางจากส่วนผสมของความคิด ประสบการณ์ ความรู้ ที่จดจำในสมอง และอารมณ์ ส่งผลให้คุณสามารถตระหนักรู้ถึงพลังงานต่างๆ ทั้งภายในร่างกายตนเองและสัมผัสได้ถึงพลังงานที่อยู่รอบตัว ดังนั้น

    การรู้จักตัวตน จะทำให้คุณตระหนักถึงสิ่งที่จะกระทำ ซึ่งนำไปสู่กรรมที่มีสติ และคุณจะใช้ศักยภาพในตนเองทั้งหมดที่มีเพื่อไปยังเป้าหมายที่ต้องการ

    การรู้จักตัวตนอาจพิจารณาออกเป็น 3 ระดับอย่างง่าย เช่น ทางกายภาพ ทางอารมณ์ และทางจิตวิญญาณ การรู้จักตัวตนทางกายภาพ อาทิ คุณชอบ หรือไม่ชอบอะไร การรู้จักตัวตนทางอารมณ์อาจเป็นการพิจารณาบุคลิกภาพของคุณ เช่น คุณเป็นคนแบบ Introvert, Extrovert หรือ Ambivert เป็นต้น รวมไปถึงความรู้สึกที่คุณรับรู้ได้จากทางกายภาพ การรู้จักตัวตนในทางกายภาพนั้นจะทำให้คุณสามารถเลือกและจัดการสิ่งแวดล้อมทางกายภาพให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ เช่น คุณอาจจะจัดบ้านในสไตล์ที่ชอบ คุณอาจจะเลือกแต่งตัวที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจ สนุกสนาน และมั่นใจ คุณอาจจะออกกำลังที่คุณชอบ เมื่อคุณมีร่างกายที่ดีและสมดุลแล้ว ก็จะนำพาซึ่งอารมณ์และจิตใจที่ดีได้


    ความชอบและความไม่ชอบเป็นส่วนหนึ่งในการรู้จักตนเอง ความรู้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการรู้จักตนเอง แต่สิ่งที่คุณรู้นั้นอาจเป็นเพียงความรู้น้อยนิด เพราะยังมีความรู้ที่คุณไม่รู้อีกหลายอย่างในโลกนี้ สิ่งที่คุณชอบและสิ่งคุณรู้ก็คือเรื่องเดิมๆ ในอดีต ดังนั้นอย่าปิดใจหรือปิดโอกาสในการเรียนรู้ เพียงเพราะว่าคุณนั้นไม่ชอบหรือรู้แล้ว เมื่อคุณเปิดใจที่จะเรียนรู้ ก็จงสลัดทิ้งความคิดทั้งบวกและลบ เพียงแค่ตั้งใจที่จะทุ่มเทและรับรู้ในสิ่งนั้น

    จงสลัดทุกความคิดของคุณออกไปแล้วรับรู้ทุกๆ อย่างที่เข้ามา ไม่มีความคิดบวกและลบ มีเพียงการรับรู้เพื่อสะสมในสมอง

    คุณควรจะลบคำพูดในประโยคที่ว่า "ผมคิดว่า" หรือ "ฉันคิดว่า" แล้วเปิดใจรับทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ต้องคิด การที่คุณออกความคิดเห็นต่างๆ นั้น ล้วนแล้วเป็นสิ่งปิดกั้นการเรียนรู้ตัวตน และสะสมสิ่งที่เรียกว่าอีโก้ในตัวคุณ เพราะคุณกำลังเอาสิ่งที่เรียนรู้ในอดีตเป็นเงื่อนไขปิดกั้นการเรียนรู้ในปัจจุบัน จงตระหนักว่า

    ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง และไม่มีอะไรที่ถาวร วันนี้ และวันพรุ่งนี้อาจจะมีสิ่งใหม่ปรากฎขึ้นได้เสมอ ตัวตนของคุณนั้นจึงเปลี่ยนแปลงได้

    เช่น วันนี้คุณอาจจะชอบของสิ่งนั้น ในอนาคตคุณก็อาจจะไม่ชอบมันก็ได้ ดังนั้น

    การรู้จักตัวตน ต้องเข้าใจและรับมือได้กับการเปลี่ยนแปลงในตนเอง ซึ่งคุณจะต้องหมั่นสังเกตตนเอง

    การสังเกตตัวเองนั้น คุณต้องถามตนเองบ่อยๆ ว่าทำไมคุณคิดแบบนั้น หรือกระทำแบบนั้น ทำไมคุณตอบ ไม่ หรือ ทำไมคุณยอมรับ คุณต้องสำรวจตัวเองเสมือนหนึ่งว่า "มีอีกหนึ่งคนที่กำลังเฝ้ามองคุณ" คุณอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า ในช่วงวัยต่างๆ ของตัวคุณ มีการเรียนรู้และสะสมความรู้เพิ่มเติม บางสิ่งบางอย่างก็เป็นเรื่องใหม่ๆ แตกต่างจากเรื่องเดิมที่เคยรู้แล้ว คุณสามารถสังเกตตัวเองได้ด้วย "การเปรียบเทียบตนเองในปัจจุบันและในอดีต" คุณจะมองเห็นภาพที่แตกต่างกันชัดเจนขึ้น และชีวิตของคุณเริ่มมีความชัดเจนขึ้น แล้วจงตระหนักว่า

    ทุกๆ อย่างที่คุณรับรู้ได้นั้น จะนำพาและปูทางคุณไปสู่ชีวิตที่คุณต้องการได้

    เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องราวของผู้ที่เปลี่ยนอาชีพ และประสบความสำเร็จ โดยที่เขาอาจจะไม่ได้มองเห็นมาก่อนเลยว่าเขาจะสามารถทำมันได้ ประสบการณ์ ความรู้ หรือสิ่งที่เคยรับรู้ในอดีตซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเพิกเฉยหรือไม่สนใจ ได้กลายเป็นความสามารถพิเศษหรือเป็นพรสวรรค์ที่ถูกค้นพบในภายหลัง หากคุณจะพิจารณาให้ลึกๆ คุณจะพบว่า

    ทุกอย่างที่คุณสะสมในตัวคุณ จะถูกนำออกมาใช้ในช่วงเวลาถัดไปเสมอ และนั่นทำให้คุณค้นพบตัวตนของคุณในอีกแง่มุมที่คุณอาจจะไม่รู้

    ดังนั้นจงอย่ารีรอที่จะเรียนรู้ เพราะทุกๆ อย่างที่คุณได้เรียนรู้นั้น จะนำพาไปสู่ความชัดเจนในชีวิตของคุณ


    ในการค้นพบตัวตนด้วยจิตวิญญาณนั้น คุณอาจจะต้องค้นหาตัวตนในระดับลึกๆ เพื่อค้นหาความเป็นตัวคุณที่แท้จริง (Autnentic self) "จงค้นหาสิ่งที่มีความหมายต่อตัวคุณ ซึ่งคุณจะต้องทำมันอย่างจริงจัง" สิ่งนั้นจะเป็นวัตถุประสงค์ (purpose) ในการมีชีวิตของคุณ อย่าเสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่มีความหมาย เพราะเวลาชีวิตนั้นสั้นนัก การรู้จักตัวตน จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ โดยไม่เสียดายหรือเสียใจกับเวลาที่ผ่านไป และคุณจะมั่นใจได้ว่าคุณได้สำรวจทุกๆ อย่างในชีวิตคุณในทุกๆ ซอกมุมก่อนที่คุณจะลาจากโลกนี้ไป แล้วคุณจะประจักษ์ว่า

    คุณเป็นผู้กำหนดชีวิตตนเอง

    สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าจะแนะนำคุณเพิ่มเติมว่า

    เมื่อคุณพบตัวตนแล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องมีตัวตน

    การไม่มีตัวตนคือการถอดอัตตา ทุกๆ อย่างในตัวคุณออกไป เพื่อให้คุณอยู่ได้ด้วยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ และสามารถเป็นมนุษย์ได้อย่างแท้จริง ด้วยการดำรงชีวิตอย่างมีสติในปัจจุบันขณะและตลอดไป


    InspireSoul



    Copyright @2022 by inspiresoulthailand.com ห้ามสำเนาหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต


    Kommentare


    bottom of page