top of page

    ความบังเอิญที่เราต้องเจอกัน ?

    Updated: Jun 30, 2022



    คุณเคยสงสัยไหมว่าเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณนั้นเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นเรื่องที่จักรวาลกำหนดให้คุณแล้วล่วงหน้า คุณอาจจะเดินทางไปในสถานที่บางอย่างแล้วพบกับเหตุการณ์ที่อาจไม่คาดฝัน แล้วเผอิญคุณเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องในทางตรงหรือทางอ้อม และอาจจะต้องทำอะไรบางอย่างกับเหตุการณ์นั้น ในบางครั้งคุณอาจจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น จากสถานการณ์ที่ปรากฎต่อคุณ ณ ขณะนั้นอาจจะดูเป็นเรื่องร้ายๆ แล้วอาจกลับกลายเป็นเรื่องที่น่ายินดีปรีเปรมในเวลาต่อมา หรืออาจทำให้คุณสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่คุณกำลังประสบพบเจอ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า ความบังเอิญ (Synchronicity)


    ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วข้าพเจ้าได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยเครื่องบินโดยสาร ซึ่งจะต้องแวะเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อไปยังอีกเมืองหนึ่ง ในระหว่างที่รอเปลี่ยนเครื่องก็ได้รับทราบข่าวสารว่าเที่ยวบินนั้นต้องดีเลย์ ทำให้การเดินทางของข้าพเจ้าที่จะไปถึงจุดหมายได้ถูกเลื่อนล่าช้าออกไป และจะไปถึงจุดหมายปลายทางในตอนเที่ยงคืน


    เมื่อข้าพเจ้าเดินทางถึงปลายทาง ข้าพเจ้าเดินออกจากสถานี เพื่อไปหารถโดยสารจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง และข้าพเจ้าพบว่ามีรถบัสกำลังให้บริการอยู่หนึ่งคัน ข้าพเจ้าจึงได้เดินทางไปกับรถบัสนั้นเพื่อไปยังที่พัก โดยข้าพเจ้าเป็นผู้โดยสารเพียงคนเดียวในรถบัส ข้าพเจ้าได้บอกกับคนขับรถว่าต้องการไปโรงแรมแห่งหนึ่ง คนขับรถได้ส่งให้ข้าพเจ้าเดินทางถึงโรงแรมในเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ หรือรุ่งเช้าของอีกวัน คนขับรถบอกกับข้าพเจ้าว่า คุณโชคดีมากๆ และผมยินดีที่ได้มาส่งคุณ ปกติผมต้องขับไปในถนนอีกเส้นหนึ่ง แต่วันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติของกษัตริย์ของเมืองนี้ เลยมีการให้บริการประชาชนในการเดินทางตลอดเวลาในวันนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูกที่โชคดีเหลือเกิน เพราะหากไม่มีรถบัสข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่าจะเดินทางไปยังที่พักด้วยรถอะไร เพราะมองไม่เห็นยานพาหนะใดๆ ที่จะให้บริการในขณะนั้นเลย โดยปกติแล้ว หากข้าพเจ้าเดินทาง ข้าพเจ้าจะทำการวางแผนการเดินทางมาเป็นอย่างดี ซึ่งคาดหมายว่าในกำหนดการเดิมที่วางแผนจะสามารถหารถบัสได้ก่อนเวลาสี่ทุ่ม ข้าพเจ้าเตรียมการมาเพียงแค่นั้นแต่ในสถานการณ์ที่ผิดแผนข้าพเจ้าไม่มีแผนอะไรรองรับ ด้วยสันชาตญาณของนักเดินทาง ข้าพเจ้ารู้เพียงแค่ว่ามันจำเป็นที่จะต้องเดินทางในเที่ยวบินนั้นเพื่อไปให้ถึงปลายทางไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม


    รุ่งเช้าข้าพเจ้าได้ตื่นขึ้นด้วยเสียงประทัดและเสียงกลองที่ส่งเสียงดังจนถึงที่พัก ข้าพเจ้าจึงเดินออกไปที่ถนนซึ่งไม่ไกลนักจากที่พัก และได้พบเห็นขบวนพาเหรดของทหารที่กำลังเดินขบวนอยู่บนท้องถนน โดยมีประชาชนยืนดูอยู่สองข้างทางและร่วมแซ่สร้องเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของกษัตริย์ในเมืองนั้น วันนั้นคือวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 2008 วันนั้นข้าพเจ้ารู้สึกจิตใจแจ่มใสไปกับการเฉลิมฉลองของประชาชนในเมืองนั้น และเพิ่งฉุกคิดได้ว่าวันนั้นคือวันคล้ายวันเกิดของตนเอง


    เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของความบังเอิญ คุณอาจจะลองมองย้อนไปในชีวิตของตนเอง เพื่อหาความโชคดีในรูปแบบเดียวกันนี้

    มีเหตุการณ์ใดบ้างที่อาจดูเป็นเรื่องของความบังเอิญ ที่อาจมีสัญญาณบางอย่างที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกัน โดยไม่มีเหตุหรือเงื่อนไขที่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้

    เราอาจจะได้ยินศาสตร์ของการวิเคราะห์ตัวเลข (Numerology) และตัวเลขแต่ละอย่างนั้น มักถูกวิเคราะห์ความเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเหตุการณ์ ตัวเลขบางอย่างก็อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ทำให้คุณเกิดความรู้สึกเชื่อมโยง เราอาจจะเคยได้ยินว่าแม่กับลูกมีวันคล้ายวันเกิดในวันเดียวกัน หรือคู่รักมีวันคล้ายวันเกิดในวันเดียวกัน สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกให้เราได้ทราบว่า


    เราทุกคนนั้นมีความเชื่อมโยงระหว่างกัน

    ความบังเอิญนั้นเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคน หากคุณสามารถใช้ความบังเอิญในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแต่อย่าหมกหมุ่นจนเกินไปนัก ความบังเอิญอาจเป็นสิ่งที่หาความหมายเชื่อมโยงได้ และความบังเอิญบางอย่างอาจไม่สามารถหาความหมายที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ได้ หากคุณสามารถหาความหมายของความบังเอิญนั้นได้ คุณก็จะเกิดความเชื่อว่า "เราต่างเชื่อมโยง" ในทางกลับกันความบังเอิญก็อาจจะไม่มีความหมายอะไรต่อคุณนัก ซึ่งคุณอาจมองว่ามันเป็นเพียงสถานการณ์ในชีวิตที่คุณต้องประสบพบเจออยู่แล้วในแต่ละวัน แต่

    หากคุณเตรียมพร้อมมามากพอ คุณก็จะไม่เกิดความกังวล เมื่อต้องเผชิญต่อความบังเอิญคุณจะสามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวที่คุณสามารถนำมาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้

    หากจะพูดถึงเรื่องราวของความรักและความสัมพันธ์ เราจะพบคนเป็นจำนวนมากในชีวิต และเราอาจมีความเกี่ยวข้องกับใครบางคน ในเวลาที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แตกต่างกันไป ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอาจมีทั้งดี และร้าย เราอาจจะเสียใจ ดีใจ หรือรู้สึกขอบคุณ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากเขาเหล่านั้น ทุกคนต่างเข้ามาสอนเรา เพื่อให้เราเติบโต หรือก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตของเรา บางคนอาจแสวงหาบุคคลพิเศษเช่น เนื้อคู่ หลังจากที่ตนเองอาจผ่านประสบการณ์ความรักที่ถูกทำให้บอบช้ำในจิตใจ บางคนอาจตั้งจิตอธิษฐานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเชื่อถือ เพื่อขอให้พบประสบพบกับบุคคลที่รัก และเชื่อว่าเขาหรือเธอจะเป็นเนื้อคู่ บางคนอาจจะสมหวังและบางคนอาจจะต้องรอต่อไป


    ความบังเอิญเกี่ยวกับความรัก ได้เกิดขึ้นกับคู่รักคู่หนึ่ง พอลได้คบหากับเอสเทอร์มาเป็นเวลาระยะหนึ่ง และพอลตั้งใจจะขอเธอแต่งงาน วันหนึ่งพอลได้ไปซื้อขนมปังและได้รับเงินทอนเป็นธนบัตรดอลล่าร์ เขาเหลือบมองเห็นข้อความที่เขียนว่า "เอสเทอร์" ซึ่งเป็นชื่อคนรักในธนบัตรใบนั้น พอลรู้สึกประหลาดใจกับความรู้สึกที่ตนเองมีต่อธนบัตร จึงได้นำธนบัตรไปใส่กรอบรูป และตั้งใจว่าจะมอบของสิ่งนี้ให้กับเอสเทอร์ในวันที่เขาจะขอเธอแต่งงาน พอลได้พบกับเอสเทอร์และยื่นกรอบรูปที่มีธนบัตรใบนั้นให้กับเธอ เมื่อเอสเทอร์มองเห็นเธอถึงกับน้ำตาซึมออกมา และตอบตกลงที่จะแต่งงานกับพอล ในภายหลังหญิงสาวได้บอกกับพอลว่า เธอเองเคยมีความผิดหวังในความรักเมื่อครั้งเป็นวัยรุ่น เธอจึงได้เขียนชื่อตัวเองลงไปในธนบัตรและได้อธิษฐานว่าเธอจะแต่งงานกับคนที่พบธนบัตรใบนี้ และนั่นก็คือพอล


    ในเรื่องต่างๆ ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นก็อาจจะยังไม่สามารถทำให้คุณเปิดใจได้ว่า


    ความบังเอิญอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

    สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับคุณ หากคุณมีความเชื่อในพลังงานของจักรวาลที่มากพอ โดยตัวคุณเองจะต้องหลอมรวมจิตวิญญาณของคุณเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล แล้ว

    คุณจะได้เจอกับทุกๆ คนที่คุณอยากเจอ

    ความเชื่อบางอย่างมักจะเกิดกับคนที่เชื่อ ความเชื่อบางอย่างอาจจะเกิดกับคนที่ไม่เชื่อและท้ายที่สุดก็จะทำให้เขาเชื่อ และความเชื่อบางอย่างอาจจะไม่เกิดกับคนที่ไม่เชื่อหากเขาคนนั้นขาดศรัทธาอย่างไร้เยื่อใย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ของคนเราในปัจจุบันนี้ต่างมาจากความเชื่อที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม

    เมื่อคุณเปิดใจและยอมรับฟังเรื่องราวต่างๆ ของคนอื่นอย่างไม่มีอคติ และคุณไม่ยึดถือในตัวตนของคุณ คุณก็จะเข้าใจคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

    ในทางวิทยาศาสตร์ ก็มีตัวอย่างการศึกษาในเรื่องของความบังเอิญอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น นักธรณีวิทยาได้สงสัยว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่ ที่มีพื้นที่บางพื้นที่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้มีชั้นของเปลือกโลก และส่วนประกอบธาตุต่างๆ ในชั้นธรณีที่เหมือนกัน นักธรณีวิทยาจึงได้ทำการศึกษาและสำรวจพื้นที่ในทวีปอเมริกาเหนือและในทวีปอเมริกาใต้ โดยค้นหาว่าทวีปทั้งสองในอดีตนั้นคือทวีปเดียวกันหรือไม่ หรือทวีปทั้งสองนั้นต่างเชื่อมโยงเป็นผืนเดียวกันมาก่อนในอดีต ข้อสรุปจากการสำรวจทางธรณีวิทยาอาจเป็นเพียงผลลัพธ์จากความเชื่อของนักธรณีวิทยาที่ทำการศึกษา อย่างไรก็ตาม

    ในความเป็นมนุษย์นั้นเราล้วนเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ สีผิว หรือศาสนา และเราล้วนมีความเกี่ยวข้องกันที่ต้องร่วมกันจรรโลงโลกให้คงอยู่ต่อไป

    Inspiresoul



    @copyright 2022 by inspiresoulthailand.com สงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต






    コメント


    bottom of page